เรียนรู้พื้นฐานการขับรถเบื่องต้น

เรียนรู้พื้นฐานการขับรถเบื่องต้น

การควบคุมความเร็วของรถ

หลังจากที่มีการฝึกการเดินหน้าและถอยหลังแล้วผู้เรียนต้องสามารถควบคุมความเร็วของรถขณะรถเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ลักษณะมีการเลี้ยวด้านซ้ายและด้านขวาหลาย ๆ ครั้งได้อย่างคล่องตัว

ในบทนี้ผู้เรียนจะสามารถเคลื่อนรถไปข้างหน้า ลักษณะหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้โดยการใช้การควบคุมความเร็วควบคู่กับการบังคับพวงมาลัย และการเคลื่อนที่ของรถต้องปราศจากการกระตุกหรือเครื่องยนต์ดับและต้องไม่ชนสิ่งกีดขวางทั้งทางด้านซ้ายและขวา

โดยมีการฝึกปฏิบัติซ้ำหลาย ๆ ครั้ง จนเกิดความชำนาญ ดังนี้

  1. เลือกช่องทางในการเคลื่อนรถ เช่น ถ้าจะมีการเลี้ยวรถไปทางด้านซ้ายให้เลือกพื้นที่ทางด้านขวา
    ก่อนทำการเลี้ยว เพื่อเพิ่มพื้นที่ ในขณะทำการเลี้ยวและเพิ่มความสามารถในการมอง
  2. การใช้เกียร์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่ทำการฝึก
  3. การจับพวงมาลัยควรจับอยู่ที่ตำแหน่ง 2 และ 10 ตามเข็มนาฬิกา เพื่อความคล่องตัวในการบังคับ
    ขณะเคลื่อนที่และจังหวะในการคืนพวงมาลัย
  4. เพิ่มความเร็วในการหมุนพวงมาลัย โดยพิจารณาจากมุมที่ทำการเลี้ยวและจังหวะในการคืน
    พวงมาลัย
  5. การควบคุมความเร็วของรถโดยอาจมีการใช้คลัทช์หรือเบรกในการควบคุมการเคลื่อนที่ของรถตาม
    สภาพสิ่งกีดขวาง
  6. การใช้สายตาในการมองมุมยอดต่าง ๆ ในจังหวะการเคลื่อนที่ของตัวรถ

โดยระหว่างการฝึก ผู้ฝึกจะอธิบายแสอนขับรถละสาธิตตามหัวข้อต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการปฏิบัติที่ถูกต้องดังนี้

  1. ความสำคัญของการหาตำแหน่งในขณะเคลื่อนรถ
  2. ความสำคัญของการใช้เกียร์ การใช้คลัทช์และเบรกในการเคลื่อนรถ
  3. การใช้สายตาในการมองขณะเคลื่อนรถทั้งด้านซ้ายและด้านขวา
  4. การหมุนพวงมาลัยและการคืนพวงมาลัยไม่สัมพันธ์หรือมีการหมุน การคืนไม่สม่ำเสมอ

การเปลี่ยนเกียร์ขั้นพื้นฐาน

ในบทนี้ผู้เรียนจะได้รับการฝึกอบรมครั้งแล้วครั้งเล่าจาก โรงเรียนสอนขับรถยนต์ จนสามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ดังนี้

  1. เปลี่ยนเกียร์ทั้งขึ้นและลงและต้องไม่ทำให้เครื่องยนต์ใช้กำลังรอบของเครื่องเกินกว่ากำลังที่เหมาะสม
    หรือลากเกียร์
  2. ใช้เกียร์อย่างถูกต้องมีการเปลี่ยนเกียร์ในจังหวะที่เหมาะสม
  3. ควบคุมรถได้อย่างดี
  4. เมื่อเปลี่ยนเกียร์เรียบร้อยแล้วให้นำมือกลับมาจับที่พวงมาลัยทันทีทุกครั้ง

การฝึกฝนใช้เกียร์มีพื้นฐานดังนี้

  1. ตำแหน่งของเกียร์ควรจะถูกเขียนติดไว้ตามลักษณะของแต่ละเกียร์โดยติดไว้ที่แห่งใดแห่งหนึ่งโดย
    ปกติจะติดไว้ที่หัวเกียร์หรือที่อื่น
  2. หัวเกียร์จะอยู่ติดอยู่หรือสวมใส่ติดกับคันเกียร์ซึ่งจะพอเหมาะกับอุ้งมือของผู้ขับ โดยทั่วไปการ
    เปลี่ยนเกียร์จะใช้มือเป็นตัวกำหนดเกียร์หนึ่งและสองจะไปทางซ้ายเกียร์สาม สี่ และห้า จะอยู่ทางขวา
    ตามลำดับ
  3. การเปลี่ยนเกียร์

ถอนเท้าขวาจากแป้นคันเร่ง ใช้เท้าซ้ายเหยียบที่แป้นคัลทช์ ดันเกียร์ไปที่เกียร์ที่สูงกว่าปล่อยเท้าซ้าย
ออกจากคลัทช์ช้า ๆ ให้เท้าขวาเหยียบคันเร่งเบา ๆ

การเปลี่ยนเกียร์ลง

ถอนเท้าขวาจากแป้นคันเร่ง ให้เท้าซ้ายเหยียบที่แป้นคลัทช์ ดันเกียร์ไปที่เกียร์ไปที่เกียร์ต่ำกว่า
ในตำแหน่งที่ต้องการปล่อยเท้าซ้ายออกจากคลัทช์ช้า ๆ ใช้เท้าขวาเหยียบคันเร่งเบา ๆ ตามความเร็ว
ที่ต้องการ

โดยครูผู้ฝึกสอน โรงเรียนสอนขับรถ จะมาสาธิตและอธิบายให้ผู้เรียนได้และขั้นตอนต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  1. ระบบการทำงานของเกียร์ต่าง ๆ
  2. จุดประสงค์และประโยชน์ของเกียร์
  3. ตำแหน่งของเกียร์และวิธีการเปลี่ยนเกียร์
  4. ระบบการทำงานของคลัทช์ และผลของคลัทช์ต่อการขับขี่ เมื่อมีการเหยียบคลัทช์ ขณะรถหยุดหรือ
    เปลี่ยนเกียร์
  5. เกียร์สามารถถูกนำไปใช้เพื่อลดความเร็วของรถได้ แต่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนเกียร์ให้ต่ำกว่า
    เกียร์ 3 ระดับเมื่อรถใกล้จะหยุดสนิท
  6. ใช้รถอย่างใส่ใจ

ในระหว่างการฝึกใช้เกียร์หากมีข้อผิดพลาดใดเกิดขึ้น ผู้สอนจะเป็นผู้ชี้จุดผิดพลาดให้กับผู้เรียนเพื่อให้สามารถเข้าใจและใช้เกียร์ได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

 

 

 

 

 

การขับรถผ่านทางแยกพื้นฐานที่ต้องเรียนรู้ เพื่อลดลดอุบัติเหตุ

เมื่อจบบทนี้เมื่อถึงทางแยกไม่ว่าจะโดยการควบคุมหรือไม่ควบคุมหรือไม่ควบคุม ผู้เข้ารับการฝึกต้องสามารถเลี้ยวขวาหรือซ้าย หรือขับข้ามทางแยกตรงไปข้างหน้า โดยคำนึงถึงผู้ใช้ถนนอื่น ๆ ได้อย่างปลอดภัย

ในระหว่างการทดลองฝึกซ้ำ ๆ ผู้เข้ารับการฝึกต้องแสดงความสามารถในการขับรถผ่านทางแยก ดังนี้

  1. เลี้ยวขวาหรือซ้ายหรือขับตรงไปข้างหน้า ณ ทางแยกใด ๆ
  2. ตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างถูกต้อง โดยไม่ก่อให้เกิดความไม่สะดวกแก่ผู้ใช้ถนนอื่น ๆ

ขั้นตอนเรียนขับรถสำหรับการเลี้ยวขวาหรือซ้าย หรือการขับตรงไปข้างหน้า ณ บริเวณทางแยก มีดังต่อไปนี้

  1. อ่านหรือตีความป้ายถนน สัญลักษณ์ และสถานการณ์การจราจร ได้อย่างถูกต้อง
  2. ใช้ระบบการควบคุมรถ ตามที่ได้ให้รายละเอียดไว้ในบทเรียนที่ผ่านมา

โรงเรียนสอนขับรถ จะสอนให้ผู้เรียนต้องฝึกฝนว่า เมื่อถึงทางแยกต้องขับรถในลักษณะดังต่อไปนี้

  1. การจราจรในทิศทางเข้าหาหรือกำลังเลี้ยว ณ ทางแยก
  2. การลดความเร็วรถตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้แผนการขับรถมีความยืดหยุ่น
  3. การขับรถเข้าถนนที่มีการขับสองทิศทาง (Dual Carriageways)
  4. การใช้เบรกจอดตามความสามารถของผู้รับการฝึก อนุญาตให้ควบคุมรถชั่วคราวโดยใช้คลัทช์ได้ ถ้าสถานการณ์อำนวย
  5. ลักษณะการขับรถหรือพฤติกรรมของผู้เข้ารับการฝึกเมื่อถึงทางแยก ต้องมีความมั่นใจในการควบคุมรถ ประเมินสถานการณ์การจราจรและทัศนคติต่อความปลอดภัยและการคำนึงถึงผู้ใช้ถนนอื่น ๆ
  6. ไม่ก้าวร้าวหรือลังเลจนเกินไป เมื่อถึงทางแยก เป็นเครื่องชี้ให้เห็นถึงความมั่นใจที่สูงเกินไปหรือการตื่นเต้นอย่างมาก
  7. ความจำเป็นที่จะเสียสละตำแหน่งความปลอดภัยที่ถูกต้องบนท้องถนน เช่น ผู้ขับรถอื่น ๆ ขับตัดมุมถนนออกมาก
  8. ความเร็วของรถ ณ ทางแยก
  9. ความระมัดระวังเมื่อได้รับสัญญาณที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมจากผู้ใช้ถนนอื่น ๆ
  10. ผู้รับการฝึกต้องมองไปทางขวา ซ้าย และขวาอีกครั้ง ก่อนที่จะขับเข้าทางแยก อธิบายได้ถึงอันตรายของการคร่อมช่องทางที่ทางแยก

 

เมื่อทำการเลี้ยว ณ ทางแยก นอกเหนือจากการใช้ระบบควบคุมรถ ควรใช้กระบวนการต่อไปนี้

  • การเลี้ยวซ้าย

เมื่อเลือกทิศทางการเคลื่อนที่ ที่เหมาะสมได้แล้ว ตำแหน่งรถยนต์ควรอยู่ใกล้ด้านซ้ายมือของถนน
ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ควรคงตำแหน่งนี้ไว้จนกระทั่งทำการเลี้ยวเสร็จสมบูรณ์แล้ว จากนั้นคืน
กลับสู่ทิศทางการเคลื่อนที่ปกติ

  • การเลี้ยวขวา

เมื่อถึงทิศทางการเคลื่อนที่ ที่เหมาะสมได้แล้ว ถ้าว่าปลอดภัย ตำแหน่งรถยนต์ควนอยู่ใกล้ด้านซ้ายมือ
ของเส้นกลางถนนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ควรคงตำแหน่งนี้ไว้จนกระทั่งทำการเลี้ยวเสร็จสมบูรณ์
แล้ว จากนั้นคืนกลับสู่ทิศทางการเคลื่อนที่ปกติ ถ้ามีเหตุใด ๆ ที่ทำให้การเลี้ยวขวาจากเส้นกลางถนน
ไม่ปลอดภัยควรที่จะทำการเลี้ยวจากด้านซ้ายของถนน รอจนกว่าทางจะโล่งและปลอดภัยที่จะทำการ
เลี้ยว

ผู้รับการฝึกจะได้รับการทำความเข้าใจในการขับรถผ่านทางแยกได้อย่างสมบูรณ์จากโรงเรียนสอนขับรถยนต์

  1. แรงที่กระทำขณะรถเลี้ยว
  2. อันตรายที่เกิดกับคนเดินถนน
  3. การใช้ช่องทางสำหรับลดความเร็ว
  4. การเร่งความเร็วบนถนนเปียกหรือแห้ง
  5. เน้นเรื่องการเบรกและการบังคับพวงมาลัย
  6. เข้าใจวัตถุประสงค์ของป้ายสัญลักษณ์และเครื่องหมายบนถนนและทราบถึงวิธีการวางแผนการขับรถยนต์
  7. ตั้งข้อสังเกตผลของความกว้างของถนนและตำแหน่งของรถอื่น ๆ เมื่อพิจารณาทิศทางการเคลื่อนที่
  8. ไม่ใช้สัญลักษณ์มือมากเกินไปหรือไม่จำเป็น ทำให้เกิดอันตรายในการควบคุมรถ
  9. ให้ความสำคัญของการประเมินของความเร็วที่ต้องใช้ในการเลี้ยวที่แม่นยำ และการเปลี่ยนแปลงความเร็วที่ต้องใช้สำหรับทางลาดขึ้นหรือลาดลง
  10. ความสำคัญของ การเคลื่อนที่ออกจากทิศทางตรงไปข้างหน้า
  11. คุณค่าของการใช้แตรสัญญาณ พิจารณาถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้
  12. ในขณะที่รอการจราจรให้เบาบางลง ล้อรถต้องมีทิศทางไปข้างหน้า ระวังอันตรายที่เกิดจากการที่ล้ออยู่ในลักษณะเบี้ยว ณ ทางแยก
  13. ควรใช้ความเร็วต่ำเมื่อทำการเลี้ยวซ้าย เพราะการเลี้ยวมีความแคบมากกว่าสำหรับการเลี้ยวซ้าย ควรระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างรถยนต์และรถจักรยานยนต์หรือรถจักรยาน องค์ประกอบถนนที่อยู่ข้างทาง เป็นต้น
  14. ระวังไม่ให้ชนกับขอบถนนเมื่อทำการเลี้ยวซ้าย
  15. การเหวี่ยงรถออก ก่อนหรือหลังการเลี้ยวซ้ายเรียนขับรถที่ไหนดี
  16. ผู้เรียนขับรถควรฝึกฝนข้อปฏิบัติเหล่านี้ ตั้งแต่เริ่มแรกที่ความเร็วต่ำมาก ๆ

 

โรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษ

 

Copyright anthonynotes 2022
Tech Nerd theme designed by FixedWidget